
ขอบคุณข้อมูลจาก:
ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com
เรียบเรียงโดย:Health-protect.com
หลายๆท่านคงจะคุ้นหูกับต่อมไทรอยด์(Thyroid gland) และโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น มะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid Cancer),ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น แต่ถ้าจะบอกว่าต่อมพาราไทยรอยกับโรคพาราไทรอยด์แล้วละก็หลายท่านอาจไม่ค่อยคุ้นเคย หรือบางทีอาจเหมารวมเป็นโรคเดียวกันกับต่อมไทรอยด์ไปเลย
ก่อนที่จะได้รู้จักกับโรคต่อมพาราไทรอยด์(Parathyroid Glands) เราคงต้องมาทำความเข้ากับต่อมพาราไทรอยด์ก่อน ต่อมพาราไทรอยด์นั้นแตกต่างจากต่อมไทรอยด์โดยสิ้นเชิง คำว่า “พารา” ที่อยู่หน้าคำว่าไทรอยด์มีความหมายว่า ข้างเคียง ดั้งนั้นคำว่า “พาราไทรอยด์” ก็คือ “ต่อมเคียงไทรอยด์” ซึ่งเป็นการบอกแค่ว่า ต่อมนี้อยู่ด้านหลังไทรอยด์
ต่อมพาราไทรอยด์(Parathyroid Glands) เป็นต่อมไร้ท่อประเภทที่จำเป็นต่อชีวิต (Essentail endocrine gland) มีจำนวน 4 ต่อม ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว ฝังอยู่ด้านหลังของต่อมไทรอยด์ด้านละ 2 ต่อม รวมเป็น 4 ต่อม
Sep 03, 2010 | 0 comments | View Post

เราเคยสังเกตกันไหม…ทำไมเวลาตื่นนอนตอนเช้า ถึงมีอาการจามถี่ ๆ น้ำมูกไหล คันตา ยิ่งบางคนมีอาการรุนแรงอาจถึงหอบหืด คันตาถึงกับต้องขยี้ตา ทำให้ตาแดง น้าตาไหล ตาบวมก็มี หรือบางรายก็
ต้องถึงต้องใช้ยาแก้แพ้เป็นประจำ ทำให้เกิดอาการง่วง เหงา หาว นอน ซึ่งอาการเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขก็จะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งถ้าเป็นเด็กก็มักมีผลกระทบถึงการเรียน และการเจริญวัย ส่วนผู้ใหญ่หรือวัยทำงานก็ดูจะเป็นอุปสรรคกับกับการทำงานอยู่ไม่น้อย ยิ่งช่วงที่ไอหรือจามมากๆก็จำทำให้สูญเสียสมาธิในการทำงาน หรือถ้าจามมากก็ถึงกับหมดเรี่ยวแรงกันเลยทีเดียว
อาการจาม ไอ หอบหืดที่เกิดจากภูมิแพ้นั้น เป็นอาการที่คนกว่าครึ่งหนึ่งของโลกต้องประสบพบเจอ เนื่องสภาพอากาศที่เป็นพิษ เช่น บริเวรอากาศที่มีฝุ่นละอองเยอะ หรือ ในเขตที่มีอากาศร้อน ชื้น เป็นต้น
ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ พบว่าร้อยละ 70 ของคนที่มีอาการเหล่านี้ มีสาเหตุมาจากไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น ซึ่งไรฝุ่นเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ
Aug 23, 2010 | 0 comments | View Post

ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกายซึ่งไม่ค่อยมีคนรู้จัก และหลายคนสับสนถึงหน้าที่ของต่อมลูกหมากว่ามีไว้เพื่ออะไร
นพ.บุญเลิศ สุขวัฒนาสินิทธิ์ ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ กล่าวว่า ต่อมลูกหมากเป็นต่อมของระบบสืบพันธุ์เพศชาย รูปร่างคล้ายลูกหมาก ห่อหุ้มท่อปัสสาวะส่วนต้นต่อจากคอกระเพาะปัสสาวะและอยู่หน้าทวารหนัก ซึ่งต่อมลูกหมากเป็นเสมือนโรงงานผลิตน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิของผู้ชาย ให้มีความแข็งแรงสามารถปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิงได้ เมื่อมีการหลั่งเชื้ออสุจิ ต่อมลูกหมากก็จะขับเมือกเข้ามาในท่อปัสสาวะ เพราะฉะนั้นต่อมลูกหมากถือได้ว่าเป็นอวัยวะสำคัญอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศชาย
ธรรมชาติของผู้ชาย ถ้าอายุยืนแล้วต่อมลูกหมากมักจะรบกวน โดยจะมีขนาดโตขึ้นแล้วไปกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะตีบแคบลง จนมีผลทำให้ปัสสาวะลำบาก ต้องปัสสาวะบ่อยกะปริบกะปรอย เป็นที่กวนใจยิ่งนัก ซ้ำร้ายกว่านั้นเจ้าต่อมลูกหมากอาจรบกวนไปถึงขั้นเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คราวนี้ล่ะเป็นอันตรายถึงชีวิตกันได้เลย เพราะเหตุนี้จึงจะกล่าวถึงรายละเอียดของมะเร็งต่อมลูกหมากให้รับทราบกัน
มะเร็งต่อมลูกหมาก
โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อายุน้อยกว่านี้พบได้บ้างแต่ไม่มาก ยิ่งมีอายุมากอัตราการเป็นมะเร็งจะพบสูงขึ้น ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับอายุ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหาร เชื้อชาติ เป็นต้น ปัจจุบันประเทศไทยมีการตรวจสุขภาพเพื่อค้นหามะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น จึงทำให้สถิติการพบมะเร็งต่อมลูกหมาก มากเป็นอันดับ 2-3 ของมะเร็งในชายไทย
อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เมื่อเป็นมากขึ้นจะเริ่มปรากฏอาการ
Jun 10, 2010 | 0 comments | View Post
โรคตับอักเสบจากไวรัสชนิดบี เป็นโรคที่พบบ่อยในคนไทย แต่คนไทยจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าตนมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ หรือเป็นพาหะ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีการอาการของโรคในระยะเฉียบพลันแล้ว มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง หรือในบางรายตรวจพบได้จากการตรวจสุขภาพ โดยการเจาะเลือดจึงรู้ว่าตนเองมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แต่ผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด
สาเหตุของไวรัสตับอักเสบชนิดบี
เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1965 โดยแพทย์ชาวออสเตรเลียซึ่งต่อมาก็ทราบว่าไวรัสตัวนี้ เป็นสาเหตุของไวรัสตับอักเสบที่พบบ่อย และสามารถก่อให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง และเป็นสาเหตุของมะเร็งตับและตับแข็งได้บ่อยในคนไทย
โรคตับอักเสบจากไวรัสชนิดบี จะมีความรุนแรงมากกว่าโรคตับอักเสบจากไวรัสชนิดเอ และมีโอกาสที่จะเป็นโรคเรื้อรัง อีกทั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีจะนำไปสู่มะเร็งตับได้ด้วย
อาการแสดง
ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบจากไวรัสบี จะแบ่งลักษณะอาการได้เป็น 2 แบบ ที่สำคัญได้แก่
1. ผู้ป่วยมีอาการแสดงเฉียบพลัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน ต่อมาจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง อาการจะเป็นอยู่ประมาณ 4 สัปดาห์ ต่อไปผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะหายจากโรค และมีภูมิต้านทานเกิดขึ้น มีเพียงส่วนน้อยที่จะเป็นตับอักเสบเรื้อรัง หรือเป็นพาหะของโรคต่อไป ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อครั้งแรกในบางราย อาจมีอาการแสดงน้อยจนผู้ป่วยอาจไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ
2 ผู้ป่วยบางรายจะมาพบแพทย์ในระยะที่เป็นพาหะหรือตับอักเสบเรื้อรัง โดยไม่มีอาการแสดงใด
May 20, 2010 | 0 comments | View Post
โรคลิ้นหัวใจรั่วเป็นอีกโรคหนึ่งที่ถือเป็นภัยเงียบสำหรับคนไทย ที่บอกเป็นภัยเงียบก็เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก แต่จะเริ่มแสดงอาการเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่อาการก็ไม่รุ่นแรง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถรักษาให้หายได้ตั้งแต่เนิน โรคลิ้นหัวใจรั่วเมื่อเกิดกับใครแล้วจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือรบกวนชีวิตประจำวันของคนๆนั้น เพราะเวลาจะทำอะไรก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น
โรคลิ้นหัวใจรั่วจะแสดงอาการรุ่นแรงเมื่ออายุประมาณ 40 - 50 ปีขึ้นไป จนทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยและอ่อนเพลียมากขึ้นเกือบๆจะทุกการเคลื่อนไหว ซึ่งบางรายก็อาจเสียชีวิตได้เนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว
โรคลิ้นหัวใจรั่วมักมีสาเหตุจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจมาแต่กำเนิดงผลให้ลิ้นหัวใจเสื่อมไวกว่าคนทั่วไป โรคลิ้นหัวใจรั่ว ที่พบบ่อยในคนไทยคือ ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างห้องบนและห้องล่างด้านซ้าย
โดยโรค ลิ้นหัวใจรั่ว ที่เกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด มักไม่แสดงอาการในวัยเด็ก แต่จะเริ่มเหนื่อยง่าย ใจสั่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยมีผลให้การออกกำลังกายได้น้อย ทำงานได้น้อยลง หรือแม้กระทั่งบางคนเพียงเดินขึ้นเดินขึ้นบันได 1-2 ชั้น ก็เหนื่อย นอนราบไม่ได้หายใจไม่ออก เป็นต้น
อาการของโรคลิ้นหัวใจรั่ว ไม่รุนแรง แต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจยาวนานจนกระทั่ง 40 ปีผ่านไป จึงเริ่มแสดงอาการรุนแรง จากการที่ลิ้นหัวใจเสื่อมมากขึ้น จนทำให้ร่างกายเหนื่อย
Dec 27, 2009 | 0 comments | View Post

ข้อมูลโดย พอ.รศ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์
ศัลยแพทย์ สาขา ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
เมื่ออายุมากขึ้น บุคคลิกภาพของคนมักจะเปลี่ยนตามไปด้วย อย่างเช่น รูปร่างเตี้ยลง หลังค่อม บางคนก็มีอาการขาโก่งงอ ที่ร้ายไปกว่านั้น ก็คือ กระดูกหักง่ายกว่าปกติ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดขึ้น ก็เนื่องมาจาก ความหนาแน่นของกระดูกน้อยลง นั่นเอง ซึ่งตามปกติของร่างกายจะสร้างมวลกระดูกใหม่ และขจัดมวลกระดูกที่หมดอายุออกไป โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่วัย 35 ปีขึ้นไป อัตราการสลายกระดูกจะเร็วกว่าอัตราการสร้างกระดูก ทำให้ปริมาณมวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในของกระดูกถูกทำลายส่งผลให้ระดูกชั้นในมีขนาดใหญ่ขึ้น มีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ หรือที่เรียกกันว่าอยู่ในสภาวะ “กระดูกพรุน” ซึ่งผู้หญิงจะสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชายถึง 2 - 3 เท่า โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ปริมาณเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารที่มีความผิดปกติในการดูดซึมแคลเซียม คนที่ดื่มสุรา
Dec 26, 2009 | 0 comments | View Post